สวนรุกขชาติห้วยแก้ว

แหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้นานาชนิดกลางเมืองเชียงใหม่ที่ไม่เพียงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้เท่านั้น หากยังเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ สวนรุกขชาติห้วยแก้วแห่งนี้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2456 เพื่อเป็นที่ทดลองปลูกไม้สีเสียดแก่น ต่อมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งฐานทัพบริเวณนี้ และได้ตัดเอาไม้สีเสียดแก่นไปใช้

หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ

ไทดำ บ้านนาป่าหนาด เป็นกลุ่มชาวไทกลุ่ม หนึ่งที่เคยตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทดำ บริเวณลุ่มแม่น้ำดำและแม่น้ำแดงในเขตเวียดนามเหนือ เมื่อปี พ.ศ.2425 สมัยสงครามฮ่อ และหลังจากสงครามยุติลง ไทดำส่วนหนึ่งจึงได้อพยพผ่านเข้ามาสู่ประเทศไทย กลุ่มหนึ่งที่เรารู้จักกันดีก็คือ “ไทดำ” หรือ “ลาวโซ่ง” ที่อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี

สวนสัตว์ลพบุรี

วามน่ารักน่าชังของเจ้าลิงอุรังอุตังเจ้าไมค์กับซูซู เป็นที่เลื่องลือมานานสำหรับสวนสัตว์ลพบุรี ทั้งคู่เป็นดาวเด่น ขวัญใจของนักท่องเที่ยวและได้เพิ่มสมาชิกใหม่ให้กับสวนสัตว์ลพบุรีถึง 7 ตัว รวมถึงผองเพื่อนต่างสายพันธุ์ต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมความฉลาดแสนรู้ เช่น กวาง ลิง เสือโคร่ง เสือดาว กระต่าย เต่า ช้าง จิงโจ้ ฯลฯ

สวนสาธารณะจักรีอนุสรณ์สถาน

สวนสาธารณะที่เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กษัตริย์ผู้มีความเกี่ยวพันกับราชบุรีในอดีต และความร่มรื่นของสวนสาธารณะแห่งนี้ได้นำพาชาวราชบุรีเดินทางเข้ามาพักผ่อน โดยเฉพาะในช่วง สุดสัปดาห์ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษด้วยภาพหลากกิจกรรมที่เกิดขึ้น

อ่างเก็บน้ำเขาสามสิบ

นอกจากภูมิทัศน์เหนืออ่างเก็บน้ำที่สวยงามแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้สนุกกับการเรียนรู้ ในโลกธรรมชาติอย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งวัน เริ่มตั้งแต่การเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติที่มีให้เลือกด้วยกัน 3 เส้นทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ของโครงการฯ และชาวบ้านผู้ชำนาญทางพาชม ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนที่เลือกกิจกรรมนี้ จะได้ศึกษาพันธุ์ไม้ต่างๆ หลากหลายชนิด

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดลพบุรี สร้างขึ้นใหม่จนแล้วเสร็จไปเมื่อปี พ.ศ. 2554 เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้สำหรับนักวิชาการ นักศึกษา นักเรียน เยาวชน ตลอดจนผู้สนใจนักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินไปกับการเดินชมปลาหลายหลากชนิดที่แหวกว่ายไปมาในตู้ปลาขนาดใหญ่

อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว

อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว เป็นอนุสรณ์สถานที่ชาววิเศษชัยชาญและชาวอ่างทองร่วมกันสร้าง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของวีรบุรุษแห่งบ้านโพธิ์ทะเล ชาววิเศษชัยชาญ ปู่ดอกและปู่ทองแก้ว ยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการสู้รบกับพม่าที่ค่ายบางระจันก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตกในปี พ.ศ. 2309

น้ำตกป่าละอู

คงเคยคุ้นหูกันดีถึงเสียงลือเสียงเล่าอ้างของ “ผีเสื้อแห่งป่าละอู” หรืออีกนัยหนึ่งก็หมายความได้ว่า น้ำตกป่าละอูนั้นคือแหล่งดูผีเสื้อที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงทุกคนจะ ได้สัมผัสความชุ่มฉ่ำกับสายน้ำตกที่มีมากถึง 15 ชั้นเท่านั้น หากยังได้สนุกกับการดูสีสันของปีกแสนสวย แห่งผืนป่าที่มักออกมาตากปีกกลางแสงแดดอ่อนยามเช้าเพื่อสร้างความอบอุ่น โดยจุดชมผีเสื้อที่สำคัญนั้น ได้แก่ บริเวณที่กางเต็นท์ของอุทยานฯ สะพานข้ามห้วยชลนาฎ วังสมพง บริเวณชั้นที่ 1 ของน้ำตกป่าละอู รวมถึงบริเวณฝาย 1 ซึ่งอยู่ใกล้ลำห้วยที่ไม่ไกลจากบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ส่วนผีเสื้อที่มักจะได้เห็นกันนั้น มีทั้งผีเสื้อเจ้าชายดำ ผีเสื้อลายซิกแซก สำหรับน้ำตกป่าละอูนั้นประกอบด้วยน้ำตกป่าละอูใหญ่และ น้ำตกป่าละอูน้อย จัดเป็นน้ำตกขนาด 15 ชั้นโดยชั้นของน้ำตกตั้งแต่ชั้นที่ 5 เป็นต้นไป ตัวน้ำตกจะมีขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยว สามารถเดินขึ้นไปได้ถึงน้ำตกชั้นที่ 7 เท่านั้น ส่วนชั้นที่อยู่สูงขึ้นไปจะอยู่ในป่าทึบ ยากต่อการเดินทางเข้าถึง และป่าละอูที่เอ่ยถึงนั้นเป็นผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ 273,125 ไร่ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด

สวนศิลป์ บ้านดิน ราชบุรี

เมื่อธรรมชาติของบ้านดินและศิลปะร่วมสมัยได้หลอมรวมเป็นความลงตัวของศิลปสถานแห่งนี้ ไม่ว่าจะเดิน ไปทางใด คุณจะรู้สึกได้ถึงหัวใจรักในศิลปะของผู้สร้างอย่างแท้จริง และสัมผัสถึงความเป็นสวนศิลป์บ้านดิน ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการออกแบบของนายดี ช่างหม้อ เขาได้เนรมิตบ้านดินที่กลมกลืนกับธรรมชาติ จัดวางตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยคูน้ำและสวนมะม่วงได้อย่างเหมาะสม

ดอยหัวหมด

ไม่น่าเชื่อว่ายอดเขาหัวโล้นที่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าและไม้ทนแล้งแห่งนี้จะมีความน่าสนใจซุกซ่อนอยู่มากมาย และเพราะเป็นภูเขาที่มีหลายดอย และมีลักษณะเป็นยอดเขาเตี้ยๆ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมนี่เอง ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า “ดอยหัวหมด” และบ้างก็เรียกว่าเป็นเขาหัวโล้น อย่างไรก็ตาม บนดอยหัวหมดนี้ คุณสามารถรื่นรมย์กับธรรมชาติได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น – ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนทะเลหมอกยามเช้าที่สามารถมองเห็นวิวได้แบบรอบทิศทาง เพราะบนยอดดอยมีลักษณะเป็นเขาหัวโล้น จึงไม่มีต้นไม้มาบดบังสายตา ซึ่งคุณควรไปถึงดอยหัวหมดก่อนเวลา 05.00-06.00 น. ทั้งนี้ อากาศบนดอยค่อนข้างเย็นมีลมพัดตลอดเวลา ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวติดตัวไปด้วย บนนั้นนอกจากจะมีได้ชมวิวทะเลหมอกอลังการแล้ว ยังมองเห็นวิวอำเภออุ้มผางที่อยู่ในแอ่งที่ราบหุบเขาเบื้องล่าง – รื่นรมย์ไปกับทุ่งดอกไม้สีชมพูในช่วงฤดูฝน ดอกไม้เหล่านี้เป็นต้นเทียนดอยที่จะออกดอกสีชมพูสะพรั่งทั่วดอย ในช่วงเวลานั้นจึงเรียก ดอยหัวหมด ว่า ดอยชมพู ช่วงที่ดอกเทียนดอยบานอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึง สิงหาคม ส่วนในช่วงต้นเดือนกันยายนก็พอมีให้เห็นบ้าง เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วก็มีเพียงป่าหญ้าแห้งๆ เหลือเพียงต้นปาล์มสิบสองปันนาซึ่งเป็นไม้ทนแล้งที่มีมากในบริเวณนี้ – ตื่นตากับป่าดอกเสี้ยวในช่วงฤดูร้อน ซึ่งดอกเสี้ยวนั้นเป็นดอกไม้ตระกูลชงโค มีสีขาว จัดเป็นไม้ป่า และจะออกดอกพร้อมเพียงกันในช่วงฤดูร้อนราวเดือนมีนาคม ทำให้ป่าทั้งผืนกลายเป็นสีขาวสวยราวกับภาพวาด /ขอบคุณ ททท