ประเทศไทยถือเป็นแหล่งสำคัญในการเพาะบ่มศิลปะการป้องกันตัวของภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแน่นอนทั่วโลกรู้จักกันดีว่าที่นี่เป็นต้นกำเนิดของวิชามวยไทย

ไทยเป็นชาติที่ผลิตนักกีฬาด้านศิลปะการป้องกันตัวที่เก่งกาจมากมาย ในช่วงหลายปีหลังที่ผ่านมา มีนักกีฬาหลายคนที่ผันตัวเข้าสู่เวที ONE Championship และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่บนสังเวียนกรง

สำหรับ ONE Championship มีโอกาสได้ระเบิดศึกขึ้นอีกครั้งที่ประเทศไทย ในศึก ONE : IRON WILL วันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่อิมแพ็ค อารีน่า ให้แฟนๆได้เข้ามาชมความตื่นเต้นเร้าใจที่นี่ โดยในเวทีนี้จะมี 4 นักกีฬาชาวไทยได้โอกาสขึ้นโชว์ฝีมือต่อหน้ากองเชียร์เพื่อนร่วมชาติ

เริ่มที่รุ่นไลต์เวต ชนนภัทร วิรัชชัย, แชนน่อน หรือ ครูตอง วันชิน ที่หลายคนรู้จักกันดี มีโอกาสคืนสังเวียนอีกครั้ง พบกับ Ruhul Raju จากอินเดีย หลังจากเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เจ้าตัวพลาดแพ้คะแนน Rasul Yakhyaev จากรัสเซีย

รุ่นสตรอว์เวต อดีตแชมป์โลกของ ONE Championship เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค มีเป้าหมายเดียวในการขึ้นเวทีต่อหน้าคนดูชาวไทย คือการเอาชนะ Jeremy Miado จากฟิลิปปินส์ให้ได้เพียงสถานเดียว

ส่วนอีก 2 คนได้แก่ ริกะ “Tinydoll” อิชิเกะ ที่จะได้ประลองกับ Angelie Sabnal น้องใหม่ของรายการจากฟิลิปปินส์ ในขณะที่ กฤษดา “Dream Man” คงศรีชาย จะพบกับ Robin Catalan จากฟิลิปปินส์เช่นกัน

นักกีฬาสายเลือดไทยต่างต้องการชัยชนะบนแผ่นดินเกิดในศึก ONE : IRON WILL ที่มีการพบกันของแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวต Bibiano Fernandes และแชมป์โลกรุ่นเฟเธอร์เวตกับรุ่นไลต์เวต Martin Nguyen เป็นคู่เอก ซึ่งฝ่ายหลังมาในฐานะผู้ท้าชิงเพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โลก 3 รุ่นของตัวเอง

ชนนภัทร กล่าวว่า “โอกาสที่จะได้แข่งขันต่อหน้าแฟนๆชาวไทย เป็นอะไรที่ทำให้ผมมีความสุขเสมอ อย่างไรก็ตาม ไฟต์ล่าสุดที่นี่ ผมไม่สามารถคว้าชัยชนะเพื่อพวกเขาได้ ผมซ้อมอย่างหนักเพื่อให้กลับมาชนะได้อีกครั้ง ผมจะแสดงให้เห็นถึงทักษะที่ดีที่สุดของตัวเองในไฟต์นี้ และจะชนะให้ได้เพื่อประเทศไทย”

ชนนภัทร ถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาจอมสร้างสีสันที่สุดคนนึงของประเทศ ด้วยสไตล์ดุเดือดและการเปิดตัวที่เอนเตอร์เทนแฟนๆอยู่เสมอ ซึ่งแต่ละครั้งเขาจะแฝงนัยยะถึงวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง

สำหรับ ชนนภัทร ปัจจุบันฝึกซ้อมอยู่ที่ Bangkok Fight Lab และ Tiger Muay Thai เขาได้สร้างสไตล์ของเขาขึ้นมาเองภายใต้ชื่อว่า “OneShin Striking System” ซึ่งมีแนวคิดจู่โจมให้คู่แข่งบาดเจ็บจนอ่อนกำลังลงไปเอง

ชนนภัทรตั้งปณิธานไว้แล้วว่าการแข่งขันอันน่าตื่นเต้นตลอดทั้ง 3 ยกของเขากับ Raju เมื่อถึงคราวที่เขาก้าวออกจากสังเวียน จะไม่มีอะไรให้ต้องอับอาย “แน่นอน จะมีการฉลองเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ ผมพร้อมที่จะทำให้ทุกคนเห็นชัยชนะครั้งนี้” ชนนภัทรทิ้งท้าย

ทางด้าน เดชดำรงค์ ก็มีความกระตือรืนร้นที่จะได้โชว์ฝีมือต่อหน้ากองเชียร์นับพันของเขาเช่นกัน “มันน่าตื่นเต้นที่จะได้แข่งขันร่วมกับอีก 3 นักกีฬาชาวไทยใน ONE Championship พวกเราขอสัญญากับแฟนๆว่าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อคว้าชัยชนะให้ได้ เรารับรองว่าจะไม่ให้พวกคุณผิดหวัง” เดชดำรงค์กล่าว

เดชดำรงค์ เป็นอดีตแชมป์มวยไทยลุมพินี 3 สมัย เจ้าของสถิติชกอาชีพ ชนะ 282 แพ้ 65 เสมอ 3 ส่วนใน ONE Championship มีสถิติ ชนะ 8 แพ้ 3 ด้วยประสบการณ์มากกว่า 25 ปี เดชดำรงค์คือจอมเก๋ายอดฝีมือ ผู้มีเทคนิกการโจมตีด้วยเท้าและมือขั้นเทพ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและรูปแบบการจู่โจมที่หลากหลาย แม้ว่าเดชดำรงค์อาจไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของเข็มขัดแชมป์ ONE Championship อีก แต่เขาก็ต้องการแสดงให้เห็นว่ายังหิวกระหายชัยชนะทุกครั้งเมื่อขึ้นเวที

“ผมอยากพิสูจน์ให้เห็นว่ายังดีพอในการแข่งขันเวทีระดับนานาชาติ ผมต้องการแสดงให้กองเชียร์ชาวไทยเห็นว่ายังเจ๋งอยู่ รวมไปถึงเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่มีฝัน กล้าทำตามความฝันของพวกเขาให้มากขึ้น” ครูรงค์ทิ้งท้าย

ด้าน ริกะ จะได้ขึ้นสังเวียน ONE Championship นี้เป็นครั้งที่ 4 พบกับ Sabnal ซึ่งสาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทยรู้ดีว่า ไฟต์นี้ของเธอไม่ใช่งานง่าย และตระหนักถึงอันตรายจากคู่แข่งชาวฟิลิปปินส์

“คุณต้องระวังตัวทุกวินาทีเมื่ออยู่บนสังเวียน สำหรับฉันมันมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ใช่ มันมีความกลัว แต่เราต้องหาหนทางจัดการกับมันให้ได้” ริกะกล่าว

ด้านกฤษดา การได้แข่งในประเทศบ้านเกิด ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าตัว เขามองหาชัยชนะอยู่ตลอด เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์โลกในสักวันนึง

“เป็นเรื่องดีมาก เมื่อคุณก้าวออกมาแล้วได้เห็นผู้คนมากมายส่งเสียงเชียร์ ผมหวังว่าตัวเองจะชนะในไฟต์นี้ เพื่อจะได้นำผมก้าวไปสู่อีกขั้น ผมซ้อมหนักเพื่ออยากไปอยู่ในจุดนั้นจริงๆ” กฤษดากล่าว

ขอบคุณข้อมูล จาก sanook.com