เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับเพื่อนๆไหมคะ รูปถ่ายของคนอื่นทำไมสวยกว่ารูปของเรา ทั้งๆที่ใช้อุปกรณ์ถ่ายรูปเหมือนกัน ถ่ายสถานที่เดียวกัน แต่รูปของเพื่อนสวยราวกับช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายให้ หรือเป็นเพราะเพื่อนหน้าตาดีกว่าเรา เรื่องแบบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน้าตาสวยหล่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ต้องอาศัยเทคนิคการถ่ายภาพที่จะช่วยให้ภาพถ่ายของเพื่อนๆดูสวยงาม ทรงพลัง และน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น วันนี้เราได้รวบรวมเทคนิคการถ่ายภาพที่จะช่วยให้เพื่อนๆได้ภาพที่สวยงามสะดุดตาตามแบบฉบับที่เพื่อนๆต้องการ ขอบอกเลยนะคะว่าแต่ละวิธีนั้นไม่ยากอย่างที่คิด แล้วจะมีวิธีอย่างไรบ้างไปดูกันค่ะ

ถ่ายรูป

เทคนิคการถ่ายภาพ
1.กฎ 3 ส่วน ไม่ว่าภาพจะอยู่แนวตั้งหรือแนวนอนก็ตาม หากเราแบ่งภาพนั้นออกเป็นสามส่วน ทั้งตามแนวตั้งและแนวนอน แล้วลากเส้นแบ่งภาพทั้งสามเส้น จะเกิดจุดตัดกันทั้งหมด 4 จุด ซึ่งจุดตัดของเส้นทั้งสี่นี้ เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการจัดวางวัตถุที่ต้องการเน้นให้เป็นจุดเด่นหลัก ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้น เป็นส่วนสำคัญที่รองลงมา

2.เส้นนำสายตา คือการที่เราพยายามหาวัตถุหรือสิ่งของอะไรก็ได้มาดึงจุดสนใจให้รูปถ่ายของเรา เส้นนำสายตานี้จะช่วยให้รูปดูมีมิติเพิ่มขึ้น หลายคนเมื่อดูรูปแล้วรู้สึกว่ารูปแบนๆ ไม่มีความลึกก็เพราะว่าขาดเส้นนำสายตานี้แหละค่ะเส้นนำสายตา ไม่จำเป็นต้องเป็น เส้น เสมอไป จะเป็นสัญลักษณ์อะไรก็ได้ที่สามารถดึงดูดสายตาของคนดูรูปถ่าย ให้มองตามไปยังจุดที่เราต้องการ

3.เส้นทแยงมุม การถ่ายภาพสิ่งที่ตั้งเป็นแนวยาวหรือใช้เทคนิคเส้นนำสายตา อาจทำให้บางคนรู้สึกภาพดูแบนๆ ไม่น่าสนใจ แต่หากลองถ่ายภาพโดยการตั้งกล้องเฉียงจะได้ภาพที่มีลักษณะเส้นทแยงมุม ทำให้เกิดเห็นความคมชัดลึกของภาพได้ดี การใช้เทคนิคเส้นทแยงมุมนี้ก็จะช่วยให้ภาพมีมิติที่น่าสนใจมากขึ้นเหมือนมีการเคลื่อนไหวอยู่ในภาพ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่นๆ ของภาพที่ต้องการจะถ่ายด้วย เพราะเส้นทแยงมุมสามารถเกิดจากอะไรก็ได้ เช่น วิวต้นไม้ รั้ว แม่น้ำ หรือถนน เป็นต้น

4.จับใส่กรอบ ในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงการถ่ายกรอบรูปที่ตั้งโชว์บนโต๊ะหรือแขวนที่ผนังบ้านแต่อย่างใด แต่เป็นการเน้นให้วัตถุหลักในภาพดูโดดเด่นขึ้นโดยการหากรอบ เช่น ต้นไม้ ประตู หน้าต่าง กำแพง ฯลฯ มาจัดวางบริเวณด้านซ้ายขวา หรือโดยรอบของวัตถุหลักในภาพ ประเด็นสำคัญในการจัดวางกรอบคือ อย่าให้กรอบนั้นมีสีฉูดฉาด หรือมีลวดลายโดดเด่นมากกว่าวัตถุหลักในภาพ เพราะจะทำให้วัตถุหลักในภาพขาดความน่าสนใจไปได้

5.พื้นหลังภาพ บางครั้งผู้ถ่ายมักเผลอลืมให้ความสำคัญกับฉากหลัง มัวแต่สนใจวัตถุหลักหรือสนใจแต่องค์ประกอบภาพจนลืมสังเกตว่าที่พื้นมีเศษขยะอยู่ นั้นก็เป็นส่วนที่ทำให้ภาพออกมาไม่สวยได้เช่นกัน แน่นอนว่าวัตถุหลักของภาพมีความสำคัญอันดับแรกที่เราต้องโฟกัส แต่ต้องไม่ลืมว่าฉากหลังหรือแบ็คกราวด์ของภาพก็มีส่วนทำให้ภาพถ่ายออกมาดูดีไม่แพ้กัน ซึ่งฉากหลังที่ดีจะกลมกลืนและช่วยเสริมให้วัตถุหลักมีความโดดเด่นมากขึ้น โดยไม่รบกวนหรือดึงจุดเด่นของภาพลง โดยควรเลือกฉากหลังที่เหมาะสมก่อนเสมอ แล้วค่อยหาตำแหน่งวางวัตถุหลักทีหลัง

6.ท่าทาง ท่าทางในที่นี่ไม่ได้หมายถึงการโพสท่าของนางแบบแต่อย่างใด แต่เราหมายถึงผู้ถ่ายภาพนั่นเองค่ะ โดยปกติแล้วเวลาที่เราถ่ายภาพมักยืนถ่ายตรงๆที่ระดับสายตาเพื่อให้ได้ภาพที่ดี แต่นั่นก็อาจทำให้เบื่อได้เหมือนกัน เพราะได้แต่ภาพมุมเดียวแบบเดิมๆ ดังนั้นลองเปลี่ยนท่าทางการถ่ายภาพของคุณ จากที่ยืนถ่ายมุมตรงๆ ก็ลองขยับตัวในท่าต่างๆ เช่น ย่อตัว บิดเข่า ยืดตัว หรือแม้แต่นอนถ่าย ซึ่งจะเป็นการเปิดมุมมองใหม่ ๆ รวมทั้งช่วยให้ภาพที่ออกมาดูน่าตื่นเต้นกว่าเดิมนั่นเอง

7.น้ำหนักสี ภาพถ่ายที่ดีควรจัดให้วัตถุมีค่าน้ำหนักสีที่แตกต่างจากฉากหลัง เพื่อเน้นวัตถุให้เด่นออกมา โดยทั่วไปการถ่ายภาพที่เกี่ยวข้องกับค่าของน้ำหนักนิยมถ่ายภาพ 2 ลักษณะนี้คือ 1.ภาพสีสว่างขาว (High Key) คือภาพถ่ายที่มีลักษณะค่าน้ำหนักของสีสว่าง หรือสีขาวมาก ลักษณะนี้ให้ความรู้สึกสดใส มีชีวิตชีวา สนุกสนานร่าเริง บอบบาง อ่อนหวาน 2 ภาพสีส่วนใหญ่มืดเข้ม (Low Key) คือภาพถ่ายที่มีลักษณะค่าน้ำหนักของสีมืดมากหรือสีดำมาก ให้ความรู้สึกที่โศกเศร้าเสียใจ ลึกลับน่ากลัวเคร่งขรึม บางภาพอาจมีค่าน้ำหนักสีส่วนที่สว่างขาวตัดกับสีมืดมาก ๆ ก็ได้ ลักษณะนี้ให้ความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นสะดุดสายตา

8.หน้าชัดหลังเบลอ ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติซึ่งง่ายต่อการใช้งานโดยที่ผู้ใช้แค่เข้าหาหรือถอยออกห่างจากวัตถุดังหัวข้อแรก แต่ผู้ใช้งานก็สามารถเลือกที่จะกำหนดวัตถุที่ต้องการจะเบลอได้ เช่น ให้หน้าเบลอแต่หลังชัดแทนเป็นต้น โดยใช้วิธีเดียวกันกับการกดโฟกัสตามปกติ

9.การวัดแสง ภาพจะออกมาดีหรือไม่ดี มืดหรือสว่าง ติดอันเดอร์หรือโอเวอร์ก็อยู่ที่การวัดแสงนี่แหละ การวัดแสงนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และนักถ่ายภาพควรจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้ให้มากๆ ในจุดนี้
เทคนิคการถ่ายภาพต่างๆที่แนะนำกันไปข้างต้น มองดูแล้วเหมือนเป็นการแนะนำสำหรับผู้ใช้กล้องDSLR แต่จริงๆแล้วทุกท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกล้องมิลเลอร์เลทหรือสมาร์ทโฟนได้ค่ะ เนื่องจากโดยรวมแล้วก็อาศัยหลักการพื้นฐานของการถ่ายภาพอย่างเดียวกัน จะต่างกันที่วิธีการตั้งค่าต่างๆของกล้องเท่านั้นเอง เทคนิคเหล่านี้ต้องอาศัยการฝึกฝน การฝึกถ่ายรูปเป็นประจำจะทำให้รูปถ่ายของเพื่อนๆออกมาสวย ดูมีพัฒนาการขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้เพื่อนๆทุกคนกลายเป็นช่างภาพมืออาชีพได้เลยค่ะ
/หมอชาวบ้าน