อีกไม่กี่วัน ชาวมุสลิมทั่วโลกจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งในปีนี้แตกต่างจากปีก่อนๆ เพราะอยู่ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

เดือนรอมฎอน เป็นช่วงเวลาที่ชาวมุสลิมจะต้องปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด แต่ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลายประเทศจึงได้มีมาตรการคุมเข้ม ด้วยการประกาศเคอร์ฟิวและให้เว้นระยะห่างทางสังคม ส่งผลให้มีการสั่งห้ามการไปละหมาดร่วมกันในมัสยิด และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกันในครอบครัว ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลก ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 แล้วกว่า 6,500 คน และเสียชีวิตไปแล้วกว่า 580 คน ทางการได้ขอให้ประชาชนรับประทานอาหาร ทั้งช่วงก่อนและหลังการถือศีลอดแต่ละวันที่บ้านตามลำพัง หรือกับครอบครัว ส่วนการละหมาด ตอนกลางคืนก็ให้กระทำที่บ้าน ทั้งยังได้ประกาศยกเลิกการละหมาดวันตรุษหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ซึ่งตามปกติจะมีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมากอีกด้วย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

เช่นเดียวกับประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง อย่างซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และอียิปต์ ก็มีการประกาศมาตรการทำนองเดียวกัน นอกจากนี้ ที่มัสยิดอัล อัคซอในกรุงเยรูซาเลม ยังประกาศปิดตลอดช่วงเดือนรอมฎอน ทั้งเดือนอีกด้วย