แมตต์ แฮนค็อค รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ ลาออกเมื่อวันเสาร์(26มิ.ย.) หลังถูกจับได้ว่าละเมิดกฎโควิด-19 ด้วยการจูบและกอดผู้ช่วยหญิงรายหนึ่งในที่ทำการกระทรวงฯ ก่อความขุ่นเคืองแก่ผู้ร่วมงานและประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์

ในเรื่องอื้อฉาวล่าสุดที่สั่นคลอนรัฐบาลสหราชอาณาจักร หนึ่งในชาติที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สูงที่สุดในโลก แฮคแค็อค เขียนหนังสือลาออกส่งถึงนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ยอมรับว่าเขาทำให้ประชาชนผิดหวัง

บรรดาสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟส่งเสียงเรียกร้องในทางลับมากขึ้นเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง หลังจากหนังสือพิมพ์เดอะซันเผยแพร่ภาพเมื่อวันศุกร์(25มิ.ย.) ว่ารัฐมนตรีสาธารณสุขรายนี้ที่แต่งงานแล้ว กำลังโอบกอดผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสาวของของเขาและเป็นคนที่เขาแต่งตั้งให้เข้ามารับบทบาทตรวจสอบการทำงานของกระทรวงฯ

“ทุกคนในประเทศนี้ทำงานกันอย่างหนักเพื่อสู้กับการระบาด สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากเห็นก็คือเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของผม ไปเบี่ยงเบนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทุกคนที่มุ่งมั่นพาพวกเราออกจากวิกฤตนี้” แฮนค็อคขึ้นต้นจดหมายลาออกความยาว 1 หน้า ที่ส่งถึง จอห์นสัน เมื่อวันเสาร์(26มิ.ย.)

“ผมขอกล่าวย้ำคำขออภัยต่อการฝ่าฝืนแนวปฏิบัติ และขอโทษต่อครอบครัวและคนที่ผมรัก ทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ใน ภาวะเช่นนี้ ผมจำเป็นต้องอยู่ข้างลูก ๆ ของผมในขณะนี้” เขากล่าว

แฮนค็อคคือศูนย์กลางการต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่ของรัฐบาล มักปรากฏตัวผ่ายสถานีโทรทัศน์เป็นประจำเพื่อเรียกร้องประชาชนปฏิบัติตามกฎระเบียบอันเข้มข้น และปกป้องกระทรวงฯของเขาจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อแนวทางรับมือกับวิกฤต

เขาจะถูกแทนตำแหน่งโดย ซาจิด จาวิด อดีตรัฐมนตรีคลัง ซึ่งมีประสบการณ์ในรัฐบาลอย่างกว้างขวาง แต่ถือเป็นมือใหม่ในฐานะรัฐมนตรีสาธารณสุข ทั้งนี้ จาวิด ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในช่วงต้นปี 2020 ครั้งที่เขาพ่ายแพ้ในการต่อสู้ทางอำนาจกับ โดมินิค คัมมิงส์ พันธมิตรอาวุโสที่สุดของจอห์นสัน ณ ขณะนั้น

การลาออกของแฮนค็อค ยังสร้างความลำบากใจแก่จอห์นสันเช่นกัน หลังจากเมื่อวันศุกร์(25มิ.ย.) นายกรัฐมนตรีรายนี้บอกว่าเขายอมรับคำขอโทษของแฮนค็อคและมองว่าประเด็นนี้จบลงแล้ว

ในวันเสาร์(26มิ.ย.) จอห์นสัน บอกว่าเขารู้สึกเสียใจที่ได้รับใบลาออกจากแฮนค็อค “คุณควรภูมิใจอย่างมากมายต่อการทำหน้าที่ของคุณ” นายกรัฐมนตรีเขียนตอบกลับแฮนค็อค “ผมยินดีที่ได้รับการสนับสนุนจากคุณ และเชื่อว่าการทำหน้าที่รับใช้ประชาชนของคุณคงไม่จบลงเท่านี้”

เรื่องอื้อฉาวครั้งนี้ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในอังกฤษ หลังจากเดอะซัน หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ชื่อดังได้เผยแพร่ภาพแฮนค็อค ซึ่งแต่งงานมา 15 ปีและมีลูก 3 คน กำลังกอดและจูบอย่างดูดดื่มกับจีนา โคลาแดนเจโล ซึ่งแต่งงานแล้วเช่นกัน และเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด

เดอะซันระบุว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายภายในกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่อังกฤษมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม 2 เมตรในที่ทำงาน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่กัน และห้ามประชาชนสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลนอกครอบครัว

บรรดาส.ส.จากพรรคคอนเซอร์เวทีฟบอกว่าสมาชิกหลายคนได้แจ้งกับพรรคว่าพวกเขาไม่สนับสนุนแฮนค็อคอีกต่อไป ส่วนพรรคเลเบอร์ พรรคฝ่ายค้าน แสดงความข้องใจว่า แฮนค็อค ละเมิกฎกระทรวงหรือไม่ ด้วยการแต่งตั้งเพื่อนเก่าเป็นกรรมการอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงานภายในกระทรวงฯที่ตนเองดูแลอยู่

ว่าเวลานี้ โคลาแดนเจโล ลาออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เคียร์ สตาเมอร์ ผู้นำพรรคเลเบอร์เขียนบนทวิตเตอร์ ว่า แฮนค็อค ทำถูกต้องที่ลาออก แต่ความจริงคือบอริส จอห์นสัน ควรไล่เขาออกมากกว่า

ด้วยสหราชอาณาจักรถูกโรคระบาดใหญ่เล่นงานอย่างหนักหน่วง ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ 128,000 รายและเศรษฐกิจหดตัวเลวร้ายที่สุดหนหนึ่งในประวัติศาสตร์ แฮนค็อคจึงโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อแนวทางรับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในช่วงเดือนแรกๆ กระทรวงสาธารณสุขของเขาประสบปัญหาในการส่งมอบชุดตรวจและอุปกรณ์ป้องกันให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ดูแลคนไข้โควิด-19

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน รัฐบาลได้ยกระดับฉีดวัคซีนแก่ประชาชน ด้วยจนถึงตอนนี้มีประชากรวัยผู้ใหญ่แล้ว 84% ที่เข้ารับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และ 61% รับครบแล้ว 2 โดส ถือว่ามีความรวดเร็วมากที่สุดลำดับต้นๆของโลก

จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เป็นกว่า 18,000 แต่ยอดผู้เสียชีวิตน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพียง 23 ราย ดังนั้นรัฐบาลอาจเดินหน้ายกเลิกข้อจำกัดเกือบทั้งหมดในวันที่ 19 กรกฎาคม

กลุ่มเพื่อความเป็นธรรมสำหรับครอบครัวที่สูญเสียสมาชิกจากโควิด-19 ในอังกฤษชี้ว่า การที่นายกรัฐมนตรีจอห์นสันไม่ยอมสั่งปลดแฮนค็อคออกจากตำแหน่ง อาจเป็นการทำลายความเชื่อมั่นในรัฐบาล แบบเดียวกับกรณีที่โดมินิก คัมมิงส์ อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ฝ่าฝืนมาตรล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้ อีกทั้งอาจทำให้ประชาชนไม่สนใจปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอีกต่อไป

เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว คัมมิงส์ ขับรถระยะทาง 418 กิโลเมตร ออกจากกรุงลอนดอนไปยังเมืองเดอรัม หลังจากเขาและภรรยาติดโควิด ทั้งที่ช่วงนั้นรัฐบาลยังประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางอย่างเข้มงวด

แม้คัมมิงส์จะถูกตำหนิอย่างรุนแรงจากสังคม แต่นายกรัฐมนตรีจอห์นสันกลับแก้ต่างให้ที่ปรึกษาของเขา ซึ่งปัจจุบันได้พ้นจากตำแหน่งแล้ว โดยชี้ว่า คัมมิงส์ “ไม่มีทางเลือก” นอกจากต้องเดินทางเช่นนั้น

Categories new