ไม่น่าเชื่อว่ายอดเขาหัวโล้นที่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าและไม้ทนแล้งแห่งนี้จะมีความน่าสนใจซุกซ่อนอยู่มากมาย และเพราะเป็นภูเขาที่มีหลายดอย และมีลักษณะเป็นยอดเขาเตี้ยๆ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมนี่เอง ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า “ดอยหัวหมด” และบ้างก็เรียกว่าเป็นเขาหัวโล้น อย่างไรก็ตาม บนดอยหัวหมดนี้ คุณสามารถรื่นรมย์กับธรรมชาติได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

– ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนทะเลหมอกยามเช้าที่สามารถมองเห็นวิวได้แบบรอบทิศทาง เพราะบนยอดดอยมีลักษณะเป็นเขาหัวโล้น จึงไม่มีต้นไม้มาบดบังสายตา ซึ่งคุณควรไปถึงดอยหัวหมดก่อนเวลา 05.00-06.00 น. ทั้งนี้ อากาศบนดอยค่อนข้างเย็นมีลมพัดตลอดเวลา ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวติดตัวไปด้วย บนนั้นนอกจากจะมีได้ชมวิวทะเลหมอกอลังการแล้ว ยังมองเห็นวิวอำเภออุ้มผางที่อยู่ในแอ่งที่ราบหุบเขาเบื้องล่าง

– รื่นรมย์ไปกับทุ่งดอกไม้สีชมพูในช่วงฤดูฝน ดอกไม้เหล่านี้เป็นต้นเทียนดอยที่จะออกดอกสีชมพูสะพรั่งทั่วดอย ในช่วงเวลานั้นจึงเรียก ดอยหัวหมด ว่า ดอยชมพู ช่วงที่ดอกเทียนดอยบานอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึง สิงหาคม ส่วนในช่วงต้นเดือนกันยายนก็พอมีให้เห็นบ้าง เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วก็มีเพียงป่าหญ้าแห้งๆ เหลือเพียงต้นปาล์มสิบสองปันนาซึ่งเป็นไม้ทนแล้งที่มีมากในบริเวณนี้

– ตื่นตากับป่าดอกเสี้ยวในช่วงฤดูร้อน ซึ่งดอกเสี้ยวนั้นเป็นดอกไม้ตระกูลชงโค มีสีขาว จัดเป็นไม้ป่า และจะออกดอกพร้อมเพียงกันในช่วงฤดูร้อนราวเดือนมีนาคม ทำให้ป่าทั้งผืนกลายเป็นสีขาวสวยราวกับภาพวาด
/ขอบคุณ ททท